| โจน จันใด ผู้นำทางความคิดแห่งการพึ่งตนเอง | |
![]() “ตัดสินใจมาซื้อที่ดินที่นี่ (ในเขตอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่) เมื่อสี่ปีที่แล้ว ตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ “พันพรรณ” งานหลักของเราคือการเก็บเมล็ดพันธุ์ เพราะสูญหายไปทุกวัน อีกส่วนหนึ่งคือทำเป็นสถานที่ให้คนมาเรียนรู้เรื่องการพึ่งตนเอง เน้นปัจจัย 4 ทุกคนต้องหาสี่อย่างนี้ได้อย่างง่ายดาย ชีวิตถึงจะง่ายและมีความสุข ถ้าปัจจัย 4 เป็นเรื่องยาก แสดงว่าใช้ไม่ได้ การพัฒนาคงผิดพลาดแล้ว ทุกวันนี้เราต้องพึ่งพาคนอื่นตลอด พึ่งพาซีพี พึ่งพาอายิโนะโมะโต๊ะ ไม่เคยพึ่งตนเองเลย เราเป็นแค่เครื่องจักรตัวหนึ่งที่ทำงานๆๆ หาเงินมาใช้ ชีวิตอย่างนี้ไม่มีความมั่นคง ไม่มีความยั่งยืน ถึงจะมีเงินมากก็ไม่มีความหมายอะไร ยังเป็นทาสเหมือนเดิม ก็จะมีความสุขไม่ได้ เลยคิดว่าคนเราควรทำให้ชีวิตตัวเองง่ายขึ้น มีเหตุผลอะไรที่ทำให้มันยาก” |
|
![]() “ปีหนึ่งๆ จะมีคนมาอบรมประมาณ 100-200 คน ส่วนใหญ่เป็นคนอเมริกันซึ่งทุกข์ทรมานที่สุด เพราะชีวิตไม่มีเสรีภาพ แม้จะอยู่ในประเทศที่อ้างว่าเป็นเสรี แต่มีเสรีภาพเฉพาะในการแข่งขันแย่งชิง ไม่มีเสรีภาพที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสรีภาพที่จะอยู่ง่าย เสรีภาพที่จะมีความสุข ไม่มีเสรีภาพที่จะออกจากการเป็นทาส คนที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายได้คือคนที่รวยแล้ว เพราะค่าประกันทุกอย่างในสังคมบีบให้คนต้องทำงานหนัก เป็นระบบที่เลวร้ายมาก แต่คนมองไม่เห็น เพราะคนถูกสอนว่าการเป็นทาสคือเรื่องดี ยิ่งมีเงินมากยิ่งดี” หลายปีมานี้ โจน จันใด ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขาในการเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์พืชผักพื้นบ้านซึ่งเคยมีอยู่อย่างมากมายหลากหลาย โดยเน้นที่ผักสวน เช่น พริก มะเขือ มะเขือเทศ ผักกาด ซึ่งเป็นที่นิยมของคนกินและเป็นที่หมายปองของธุรกิจ การเก็บรักษาพันธุ์โดยไม่มีทุนรอนและปราศจากห้องแล็บใดๆ วิธีที่ทำได้ดีที่สุดก็คือการเพาะปลูก พร้อมกับเผยแพร่แนวคิดและแจกจ่ายให้เกิดผู้สนใจมาช่วยกันนำไปปลูกกันให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นคนทุกคนจึงสามารถมีส่วนในการร่วมต้านวิกฤตการณ์เมล็ดพันธุ์ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นได้ “วิกฤติของเมล็ดพันธุ์มีหลายประเด็น ประเด็นแรกคือการต้องการผูกขาดอาหารของโลกของบริษัทข้ามชาติไม่กี่บริษัท เพราะการลงทุนด้านอาหารเป็นการลงทุนแล้วไม่ตัน อาหารเป็นใหญ่ในโลก ใครกุมอาหารก็กุมโลกได้ บริษัทต่างๆ ถึงได้ทำจีเอ็มโอ รัฐบาลสหรัฐฯ รับผิดชอบในการบังคับให้ทุกประเทศออกกฎหมายสิทธิบัตรเพื่อรับรองการยึดครองอาหารอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้แต่เพียงผู้เดียว มีบริษัทที่ผลักดันให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องซื้อพืชจีเอ็มโอเข้าไป เป็นการนำพันธุ์ใหม่เข้ามาเพื่อทำลายพันธุ์พื้นบาน ปลูกพันธุ์ใหม่สองสามปี พันธุ์พื้นบ้านก็หาย เพราะพันธุ์ใหม่ใช้ปุ๋ยใช้ยา ให้ผลผลิตดี จากนั้นชาวบ้านก็ต้องพึ่งบริษัทตลอดไป ชาวนากลายเป็นทาสบนผืนนาของตัวเอง ไม่มีวันรวย เพราะส่งส่วยมากเหลือเกิน ไม่มีใครอยู่ดีกินดีเพราะทำนา เพราะระบบถูกสร้างมาเพื่อดูดเอาความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ดูดแรงงานของชาวนา บริษัทใหญ่ขึ้น ชาวนาจนลง
|
|
![]() “ประเด็นที่สองคือ การพัฒนาพันธุ์ในปัจจุบันเป็นการพัฒนาเพื่อการตลาด ไม่ใช่เพื่อมนุษย์เลย มะเขือเทศพันธุ์ที่น้ำเยอะรสชาติอร่อยมากไม่มีแล้ว แต่พัฒนาพันธุ์ที่เนื้อเหนียวเพื่อให้ส่งไปไกลๆ เก็บไว้ในร้านนานๆ ได้ ไม่นิ่มเร็ว แต่รสชาติไม่ได้เรื่องเลย ผักพื้นบ้านมีทั้งรสฝาด เปรี้ยว เค็ม ซึ่งบ่งบอกถึงคุณค่าของอาหารด้วย แต่อาหารพันธุ์ใหม่มีแต่จืดๆ บรรดาปลาเลี้ยงทั้งหลาย ปลาดุก ปลาทับทิม หรือไก่ หมู รสชาติจะแตกต่างจากของพื้นบ้านไกลลิบเลย ราคาก็ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง ถึงไม่อร่อยคนก็กินทุกวันเพราะราคาถูก ใส่ผงชูรสก็กินได้แล้ว กินนานๆ จนคุ้นก็จะคิดว่านี่แหละคือรสชาติของไก่ ของปลา คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักอาหารที่แท้จริงอีกต่อไป บรรพบุรุษของเราพัฒนาพันธุ์ที่ดีที่สุดเก็บไว้เป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน รุ่นเราพัฒนาพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุด แต่รูปร่างสวย อยู่เองไม่ได้ต้องใช้ยา ส่งต่อให้ลูกหลาน เราคือมนุษย์รุ่นสุดท้ายที่เนรคุณต่อเผ่าพันธุ์ของตัวเอง “อีกเหตุผลหนึ่งคือความปลอดภัย ไม่มีใครรับประกันได้ว่าอาหารจีเอ็มโอปลอดภัยแค่ไหน ให้ผลเป็นอย่างไร ตอนนี้มีรายงานว่าพบคนที่แพ้อาหารที่เคยกินมาตลอดมากขึ้น ถ้าเรากินข้าวไม่ได้เพราะเป็นข้าวจีเอ็มโอ อีกหน่อยเราจะกินอะไร ตอนนี้เรากินจีเอ็มโอกันโดยไม่รู้ตัวและไม่มีสิทธิเลือก อยู่ในส่วนผสมซอสต่างๆ รวมถึงนมที่ใช้เล้ยงเด็ก น้ำอัดลมก็เป็นน้ำตาลเทียมที่ทำจากข้าวโพดจีเอ็มโอ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนไทยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น หรือออกลูกมามีสามขาสี่ขา ใครรับผิดชอบชีวิตเรา มีเหตุผลอะไรที่จะเอาชีวิตเดียวของเราไปเป็นหนูทดลองเพื่อความมั่งคั่งของบริษัท ในเมื่อเมืองไทยมีอาหารเต็มไปหมด เราจึงจำเป็นต้องเก็บเมล็ดพันธุ์แล้ว เพื่อลูกหลานและเผ่าพันธุ์ของชีวิตทุกชีวิต ทั้งคน พืช และสัตว์ “การมีเมล็ดพันธุ์คือความมั่นคงของชีวิต”
|
|
| “พันพรรณ” เปิดให้บริการอาหารมังสวิรัติออร์แกนิกซึ่งใช้ผลิตผลที่ปลูกเองจากสวนและจากผู้ร่วมอุดมการณ์ ตั้งอยู่ในวัดสวนดอก ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-19.00 น. สนใจเรียนรู้หรือประสงค์จะสนับสนุนวิถีแห่งการพึ่งตนเอง ติดต่อได้ที่ โจน จันใด ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ พันพรรณ โทรศัพท์ 08-1470-1461 www.punpunthailand.org
|
|

























