ศิเรมอร อุณหธูป นักเขียนผู้รักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ


             คุณศิเรมอร  เป็นผู้หนึ่งซึ่งใส่ใจในการดูแลรักษาสุขภาพ  โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในวิถีสีเขียว เธอเล่าว่า
“ตัวเองแทบจะเรียกว่าอยู่ในส่วนต้นๆไม่ได้อยู่ในกระแส  ไม่ใช่ว่าใครทำแล้วเราทำตาม  เราทำมาก่อนทำด้วยชีวิตจิตใจของเราเอง   ที่เราเปลี่ยนมากเพราะเราป่วย  เป็นภูมิแพ้อย่างแรง   และเราไม่ชอบการรักษาแผนปัจจุบันเลย จิตมันไม่เอา  และพยายามหลีกเลี่ยง  แล้วก้อไปหาหมอธรรมชาติบำบัดมาตั้งแต่แรก ก็รู้ว่ามันหายได้แม้ต้องใช้เวลา   พอเรานวดหนแรกเรารู้เลยว่าเราหายใจได้มากขึ้น เราก็รู้เลยว่าเรามาถูกทาง  พอรู้ปั้บเราก็จะจดเอาไว้  ในที่สุดพอเมื่อเราหายเราก็จะมีข้อมูลการรักษาส่วนตัว  เราก็เขียนเผยแพร่เลยก็เป็นที่มาจากประสบการณ์ตรง  แล้วก้อหมอคนแรกของเราเค้าก็อยู่กับธรรมชาติ  แม้แต่บ้านช่องห้องหับเค้าก็เป็นไม้กระดานไม่ได้ติดมุ้งลวดสมัยก่อนนะ  เค้าค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากๆ  อาหารการกินเค้าก็จัดไว้แป๊ะเลยคือ จะกินอาหารจากธรรมชาติหมด   กินปลาช่อนนาจะไม่กินปลาช่อนเลี้ยง   จะต้องเสาะหาเราก็ได้ส่วนนั้นมาด้วย   และครอบครัวพี่เป็นครอบครัวทำกับข้าวที่บ้าน   ป้าๆหาหอยขมเนี่ยก็หาเอาในบ่อ  แต่บ่อเนี่ยแม่ห้ามตกปลาเพราะเป็นเขตอภัยทาน  พอแม่ออกจากบ้าน ป้า กับพี่ชายก็เอาเบ็ดมาตกทำอาหารกัน  คือเราก็อยู่กับวิถีแบบนี้เพราะป้า  แม่ เราอยู่กันแบบนี้    เรายังติดเตาอั้งโล่แบบสมัยก่อน  คือจิตเราก็ปฏิเสธไมโครเวฟ  แต่แม่ตอนหลังก็เอาเข้าบ้าน  เราก็จะไม่ยุ่งเลย  เราก็เขียนตอนนั้น   เราก็เริ่มก่อนใครเพื่อนเลย  มันเหมือนมาก่อนกาล  หลายเรื่อง แม้แต่เรี่องโยคะ  เราก็ทำก่อน  และก้อเขียนก่อน  เพราะฉะนั้นพอกระแสมามันก็สอดรับกันเลย   ”
             เรื่องธรรมชาติบำบัดที่คุณศิเรมอรทำอยู่  รวมถึงเรื่องอาหารการกิน   การอยู่   การนวด  เธอเล่าให้ฟังต่อว่า 
“  การนวดนี่จะนวดแบบแผนไทยด้วย  จีนด้วย หลากหลายผสมผสานกัน แบบจีนนี่จะใช้น้ำมันแบบสมุนไพรจีนที่เค้าเคี่ยว  นวดตามหลักของธาตุ   ให้อวัยวะมันแข็งแรง  แล้วก็อบตัว   ทั้งการกินด้วยควบคู่กัน  ถ้าเป็นธรรมชาติบำบัดต้องครบองค์รวมต้องไปด้วยกันหมด  พี่มองว่าอาหารเป็นยา  และกำลังจะเขียนเรื่องนี้   เพราะพี่ได้ไปเจอแม่หมอที่บ้านอโรคยาหมอที่รักษาพี่คนที่สองที่สามนี่เค้าบอกว่าทำไมเราต้องกินผักไม่กี่อย่างในชีวิตประจำวัน  ก็เริ่มกินผักปั่น   คนเริ่มนิยมกินกัน  แต่ทำไมใช้ผักอยู่ไม่กี่อย่าง ผักมีตั้งเยอะแยะ ก็ปลูกซิ  พี่จะเก็บบัวสายมาปั่นก้อล้างให้สะอาด   มีผักอยู่เยอะในบ้านเราที่ไม่ได้กินในชีวิตประจำวันแต่เป็นสมุนไพรมีสรรพคุณเป็นยาอย่างใบเงินใบทอง  ใบพิรังกาสา  ใบนาค  ผักแพรวแดง  ใบโกสนก็ยังกินได้  ทั้งสุกและดิบ  ถ้ากินมากควรกินสุก   อย่างผัดพริกแกง  ผัดๆใส่ใบโกสนตอนท้ายแล้วเอาขึ้นก็อร่อย  เราควรกินตามธาตุ  อย่างพี่เป็นคนธาตุเย็น  พี่จะกินผักต้มตอนเย็นใส่ข้าวโอ้ตข้าวสาลี   ตอนเช้าก็กินผักสดอย่างใบมะยม  ใบชะพลู   ก็เอามาปั่น    ถ้าต้องการรสชาติก็ใส่น้ำผึ้ง  ผลไม้ก็ได้  สัปปะรดก็ใส่ทั้งแกน หรือโยเกริตน้ำผึ้ง  ตัวพี่มองข้ามเรื่องรสชาติได้  แต่บางคนอาจไม่ได้  โดยเฉพาะเด็กๆก็ไม่เอา  เราต้องเปิดใจเพราะนั่นคือคุณประโยชน์ที่เราจะได้รับมหาศาล  ต้องทำใจค่อยๆจิบแล้วเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ    ถ้าเราจะกินเอารสชาติอย่างเดียวก็เท่ากับปิดประตูรับคุณค่า    ก็ไปกินอย่างอื่นซะ  ตั้งแต่พี่กินอย่างนี้ก็แข็งแรงขึ้น  ไม่ต้องไปว่ายน้ำแต่ก่อนก็เปลี้ยมากต้องไปว่ายน้ำหรือไม่ก็เดินรอบซอย   พืชผักเป็นอาหารมีสรรพคุณต่อตับ  ไต  ปอด  อวัยวะของเราเท่ากับบำรุงทุกส่วนของร่างกาย   ต่อไปเราก็ไม่ต้องพึ่งยา   พี่จะหามาปลูกเพิ่มเติมตลอด สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ  หรือเป็นมะเร็ง  จะมีวิธีปฏิบัติในการกินแตกต่างกันออกไป   เรื่องนี้ปรึกษาคุณศรีฟ้า  ที่อยู่บ้านอโรคยา   นวมินทร์ 44 ได้  อย่างแรกต้องรู้อาการและรู้ว่าอยู่ในขั้นไหน  ต้องเคลียร์เรื่องน้ำเหลืองก่อนให้น้ำเหลืองสะอาด  แล้วกินพลูคาว  ซึ่งตัวนี้จะทำให้เซลส์มะเร็งแห้งลองไปปรึกษาดูจะได้รู้แนวทางการรักษาที่แน่ชัด   อย่างมีพระที่สันติอโศกเป็นมะเร็งที่ตับ  มารักษาก็กินน้ำผักสารพัดปั่นกับข้าวโอ๊ค  ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นไม่ต้องรักษายาทางเคมี   เพราะได้สรรพคุณทางยาจากพืชผัก    แต่การที่จะให้คนหันมาสนใจและเข้าใจว่าอาหารเป็นยา  และให้ความสำคัญ   พี่ยังมองว่าเป็นเรื่องยากจนกว่าเค้าจะป่วยจนป่วยมาก  และอยากหายจนต้องพลิกตัวเอง  มันเป็นเรื่องของบุคคลและของแต่ละครอบครัว  ถึงเวลานี้จะมีกระแสเรื่องการกินเพื่อสุขภาพ  ก็เป็นเพียงกระแสเห่อๆกันไปแล้วก็จาง  กระแสไม่ใช่ทางออก  ความเข้าใจและตระหนักรู้คือสิ่งสำคัญ   เนื่องจากฐานการศึกษาของเราไม่แน่น  วัฒนธรรมโพล่ง  วัตถุนำชาติกลืนกันไป  ทำให้เราไม่ค่อยคิด   ทำเอาแต่ความสะดวกสบายซื้อง่าย  กินง่ายแต่ไร้ประโยชน์  ทุกอย่างต้องเพาะเกิดจากใจ  จากภายใน    ทานในสิ่งที่ไม่มีพิษภัย  ต้องรู้จักเลือกให้ตัวเองอย่าอ้างว่าไม่มีเวลาทำ   ถ้างั้นก็เลือกร้านที่ไว้ใจได้  ถึงอยู่ไกลก็พยายามไปให้ถึง  ดูทีวีให้น้อยลง  เห็นคุณค่าสำคัญที่สุดของชีวิตคือสุขภาพร่างกาย   สุขภาพนำชีวิต เพราะถ้าคุณป่วยหนัก เงินก็รักษาไม่ได้  มีวิธีคิดคือมองให้กว้างอย่ามองจากความเคยชิน  ตามคนอื่น  ยังไม่ถึงเวลาของใครก็อย่าไปบังคับ  จะไปบอกให้ใครเค้าต้องกินผักโน่นนี่เยอะๆซิ  เค้าคงไม่เชื่อ  และอาจอึดอัด    ต้องรอให้เค้าพร้อม  เราเพียงแนะนำทางที่ดี     เพราะทุกข์ทำให้เราแกร่ง  สุขทำให้เราเพลิด   เราเรียนรู้จากทุกข์   เราไม่ติดสุข  เพราะความสะดวกสบายทำให้เราทุกข์  ไม่พึ่งตัวเอง   ทุกวันนี้คนเราตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินๆๆ  อยากให้เข้าใจ
“ เงินแค่เลี้ยงชีพให้รอดปลอดภัยในวันเดือน  ไม่ใช่ทั้งหมดที่ผู้คนหากันทั้งชีวิต  ชีวิตที่แท้  สบายๆในใจ  กาย  มีเวลานั่งดูนก  ฟังเสียงลม เสียงธรรมชาติ  ฟังจากข้างใน ไม่ใช่ฟังผ่านหู   ธรรมชาติเป็นพลังชีวิต มองผ่านตา  สู่หู  สู่ใจ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติคือความละเอียดอ่อน รู้จักรักตนเอง  รักคนอื่นทำได้โดยไม่มีเงื่อนไข”
นี่คือตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่ง  ที่เป็นอิสระ  รู้จักคุณค่าของการกิน  ไม่ต้องกลัวข้างหน้า   อยู่กับตรงนี้วันนี้ ให้ดีที่สุด  และทำชีวิตให้มันเคลื่อนไปเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดี   มีผลงานที่ทุ่มเทด้วยใจ   จริงใจที่สุดในสิ่งที่เธอเขียนของศิเรมอร   อุณหธูป